ก่อนจะพูดถึงการดูแลแผลเป็นในระยะยาว สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า “แผลเป็นเก่า” แตกต่างจากแผลเป็นใหม่อย่างไร ทั้งในด้านโครงสร้างผิวและการตอบสนองต่อการดูแล
แผลเป็นเก่า (Old scar) หมายถึงอะไร
โดยทั่วไป “แผลเป็นเก่า” หมายถึงแผลเป็นที่เกิดมานาน โดยมักอยู่ในช่วงมากกว่า 6–12 เดือนขึ้นไป หลังจากผ่านกระบวนการสมานแผลหลักแล้ว
ในระยะนี้:
- โครงสร้างคอลลาเจนในผิวเริ่มจัดเรียงตัวและคงที่
- การเปลี่ยนแปลงของแผลเป็นเกิดช้าลง
- ผิวบริเวณรอยมีลักษณะ “นิ่ง” มากขึ้น
ลักษณะที่พบได้ในแผลเป็นเก่า ได้แก่:
- ผิวไม่เรียบ เช่น นูนหรือยุบ
- สีของรอยยังแตกต่างจากผิวรอบข้าง (แดงหรือคล้ำ)
- อาจมีความรู้สึกตึง แข็ง หรือคันเป็นบางช่วง
ความแตกต่างระหว่างแผลเป็นใหม่และแผลเป็นเก่า
แผลเป็นแต่ละระยะมีการตอบสนองต่อการดูแลไม่เหมือนกัน
แผลเป็นใหม่
- ยังอยู่ในช่วงปรับตัวของเนื้อเยื่อ
- คอลลาเจนยังไม่จัดเรียงตัวสมบูรณ์
- มักตอบสนองต่อการดูแลได้ง่ายกว่า
- อาจเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าเมื่อดูแลอย่างเหมาะสม
แผลเป็นเก่า
- โครงสร้างผิวและคอลลาเจนค่อนข้างคงที่
- การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นช้า
- การดูแลต้องอาศัยความต่อเนื่องมากขึ้น
- ในบางกรณีอาจต้องใช้หัตถการ เช่น เลเซอร์หรือเทคโนโลยีอื่น เพื่อช่วยกระตุ้นการปรับสภาพผิว
ทำไมแผลเป็นเก่าจึงดูแลยากกว่า
สาเหตุหลักที่แผลเป็นเก่าดูแลได้ยากกว่ามาจากการที่ผิวได้ผ่านกระบวนการซ่อมแซมและ “ล็อคโครงสร้าง” ไปแล้ว
กล่าวคือ:
- คอลลาเจนมีการจัดเรียงตัวอย่างถาวรขึ้น
- การไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้นลดลงเมื่อเทียบกับระยะเริ่มต้น
- การตอบสนองของผิวต่อการกระตุ้นใหม่ลดลง
ด้วยเหตุนี้ การดูแลแผลเป็นเก่าจึงมักต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอมากกว่า และในบางกรณีอาจต้องใช้วิธีร่วมหลายรูปแบบ
ผลของอายุ (Aging) ต่อแผลเป็น
นอกจาก “อายุของแผล” แล้ว “อายุของผิว” ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของแผลเป็นเช่นกัน
เมื่ออายุมากขึ้น:
- การสร้างคอลลาเจนของผิวลดลง
- การฟื้นตัวของผิวช้าลง
- ความยืดหยุ่นของผิวลดลง
ผลที่อาจเกิดขึ้นกับแผลเป็น ได้แก่:
- แผลเป็นอาจดูชัดขึ้นในบางมุม เนื่องจากผิวรอบข้างบางลง
- แผลเป็นหลุมอาจดูเด่นมากขึ้นเมื่อผิวสูญเสียความแน่น
- แผลเป็นนูนบางชนิดอาจนิ่มลงตามเวลา แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด
ในทางกลับกัน ในวัยที่อายุน้อย:
- ผิวมีการสร้างคอลลาเจนได้ดี
- แผลเป็นอาจตอบสนองต่อการดูแลได้เร็วกว่า
- แต่ก็อาจมีแนวโน้มเกิดแผลนูนหรือคีลอยด์ได้มากกว่าในบางคน
แผลเป็นเก่าจางลงได้จริงหรือไม่?
คำตอบคือ สามารถดูแลให้รอยแผลเป็นเก่าดูดีขึ้นได้ แต่ควรตั้งความคาดหวังอย่างเหมาะสม โดยเป้าหมายที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เช่น
- ทำให้สีของรอยดูจางลง และใกล้เคียงผิวปกติมากขึ้น
- ช่วยให้พื้นผิวดูเรียบขึ้น หรือนุ่มขึ้น
- ในบางราย อาจช่วยลดอาการคัน ตึง หรือไม่สบายผิว
อย่างไรก็ตาม ควรเข้าใจว่า:
- โดยส่วนใหญ่ แผลเป็นมักไม่หายไปทั้งหมด
- การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา โดยมักต้องดูแลอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 เดือนขึ้นไป
- ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับชนิดแผล อายุของแผล ตำแหน่ง สีผิว และพฤติกรรมการดูแล
ก่อนเริ่มดูแล ควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้:
- ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้ผลิตภัณฑ์ทาภายนอกหรือซิลิโคน
- การใช้ไม่สม่ำเสมออาจทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน
- วิธีดูแลต้องเลือกให้เหมาะกับชนิดของแผล เช่น แผลนูนและแผลหลุมต้องใช้แนวทางต่างกัน
- ในบางกรณี เช่น คีลอยด์หรือแผลนูนชัด อาจต้องพิจารณาการดูแลโดยแพทย์
วิธีดูแลแผลเป็นเก่าที่นิยม
การดูแลสามารถทำได้ทั้งที่บ้านและในสถานพยาบาล โดยอาจเลือกใช้วิธีเดียวหรือหลายวิธีร่วมกันตามความเหมาะสม
1) ซิลิโคนเจลหรือแผ่นซิลิโคน
เป็นตัวเลือกพื้นฐานที่นิยมใช้ โดยเฉพาะในแผลเป็นนูนหรือแผลที่มีความแข็ง
2) การนวดแผลเป็น (Scar massage)
เหมาะสำหรับแผลที่มีลักษณะแข็งหรือตึง แนวทาง:
- ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น เช่น มอยส์เจอไรเซอร์
- นวดเบา ๆ เป็นประจำ
3) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนช่วยเรื่องความชุ่มชื้น หรือช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอ เหมาะกับ:
- รอยที่เน้นเรื่องสี เช่น รอยแดงหรือรอยคล้ำ
ข้อควรพิจารณา:
- ควรใช้ร่วมกับการป้องกันแสงแดด
- การเปลี่ยนแปลงมักเกิดแบบค่อยเป็นค่อยไป
4) เลเซอร์หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์
เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการปรับลักษณะผิวให้ดีขึ้นในระดับที่ชัดเจนขึ้น แนวทาง:
- ช่วยกระตุ้นการปรับสภาพผิว
- อาจช่วยให้พื้นผิวดูเรียบขึ้น และลดความต่างของสี
ข้อควรทราบ:
- ต้องทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ
- อาจต้องทำหลายครั้ง
- ต้องดูแลผิวหลังทำอย่างเหมาะสม
5) การดูแลเสริมในชีวิตประจำวัน
ปัจจัยเล็ก ๆ ที่มีผลต่อภาพรวมของรอยแผล ได้แก่:
- การใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดอย่างสม่ำเสมอ
- การรับประทานอาหารที่เหมาะสม
- การหลีกเลี่ยงการเกาหรือระคายเคืองบริเวณแผล
การเลือกวิธีให้เหมาะกับชนิดแผล
เพื่อให้การดูแลมีประสิทธิภาพ ควรเลือกวิธีตามลักษณะของแผล
- แผลนูนหรือมีแนวโน้มคีลอยด์
→ เน้นซิลิโคน และอาจพิจารณาปรึกษาแพทย์หากมีอาการเด่น - แผลหลุมหรือผิวไม่เรียบ
→ อาจต้องใช้วิธีที่ช่วยกระตุ้นการปรับโครงสร้างผิว - รอยสี เช่น รอยแดงหรือคล้ำ
→ เน้นการดูแลผิวและการป้องกันแสงแดด
ทำไมบางคนดูแลแล้วไม่เห็นผล?
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:
- ใช้ไม่สม่ำเสมอ
- ระยะเวลาการดูแลยังไม่เพียงพอ
- เลือกวิธีไม่ตรงกับชนิดของแผล
- ไม่ป้องกันแสงแดด ทำให้รอยเข้มขึ้น
—
สรุป
แผลเป็นเก่า สามารถดูแลให้ดูดีขึ้นได้ แต่ต้องใช้เวลา ความสม่ำเสมอ และวิธีที่เหมาะสมกับชนิดของแผล การเริ่มต้นดูแลอย่างถูกต้องแม้แต่ในแผลเก่ายังคงช่วยให้ผิวโดยรวมดูดีขึ้นได้ในระยะยาว
—
แหล่งอ้างอิง
- Colboc, H. and Meaume, S. (2020). Scar and Scarring in the Elderly. [online] PubMed. Available at: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK586133/.
- Frothingham, S. (2018). How to Get Rid of Old Scars: Top 10 Remedies. [online] Healthline. Available at: https://www.healthline.com/health/how-to-get-rid-of-old-scars.
- Mustoe, T.A. (2020). International Scar Classification in 2019. [online] PubMed. Available at: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK586057/.
- van de Kar, A.L., van Riessen, F., Koolbergen, D.R. and van der Horst, C.M.A.M. (2020). Influence of age on scar tissue: A retrospective study on the differences in scar tissue development between children and adults. Journal of Plastic Reconstructive and Aesthetic Surgery, 73(7), pp.1357–1404. doi:https://doi.org/10.1016/j.bjps.2020.02.024.