ทำไมพนักงานออฟฟิศถึงปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นประจำ?

อาการปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยในพนักงานออฟฟิศ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก พฤติกรรมการทำงานที่ทำให้กล้ามเนื้อทำงานต่อเนื่องโดยไม่พัก มากกว่าการบาดเจ็บเฉียบพลัน

ลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ต้องรับภาระในลักษณะ “เกร็งค้าง” ซึ่งอาจนำไปสู่อาการตึง ปวด หรืออ่อนล้าได้

การอยู่ในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะท่าที่เพิ่มแรงต่อกระดูกสันหลังส่วนคอ เป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดคอและไหล่ในกลุ่มคนทำงานสำนักงาน


พฤติกรรมที่ทำให้ปวดคอ บ่า ไหล่ โดยไม่รู้ตัว

แม้จะดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่พฤติกรรมเหล่านี้สามารถสะสมจนเกิดอาการปวดได้


• คอยื่นไปข้างหน้า

การยื่นคอเข้าหาหน้าจอทำให้กล้ามเนื้อคอต้องรับน้ำหนักศีรษะมากขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการตึงสะสม


• นั่งหลังค่อม ไหล่งุ้ม

ท่านั่งลักษณะนี้ทำให้กล้ามเนื้อช่วงอกหดตัว ขณะที่กล้ามเนื้อด้านหลังต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงร่างกาย


• เกร็งไหล่โดยไม่รู้ตัว

หลายคนมักยกไหล่ขึ้นเล็กน้อยขณะพิมพ์งานหรือใช้เมาส์ ทำให้กล้ามเนื้อบ่าตึงตลอดทั้งวัน


• ใช้เมาส์และคีย์บอร์ดต่อเนื่อง

การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ โดยไม่มีช่วงพัก อาจทำให้เกิดความล้าของกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และสะบัก


• นั่งต่อเนื่องโดยไม่ลุกเปลี่ยนอิริยาบถ

การนั่งประชุมหรือทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่ลุกยืดเหยียด จะลดการไหลเวียนเลือดในกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดอาการตึงและปวดได้ง่าย


ทำไมอาการจึง “เป็นซ้ำ ๆ”

อาการปวดคอ บ่า ไหล่ มักกลับมาเป็นซ้ำ เนื่องจาก

  • พฤติกรรมเดิมยังคงอยู่
  • กล้ามเนื้อยังไม่ได้ฟื้นตัวเต็มที่
  • ไม่มีการยืดหรือผ่อนคลายระหว่างวัน

การขาดการเคลื่อนไหวและการอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน มีความสัมพันธ์กับอาการปวดคอและไหล่แบบเรื้อรังในกลุ่มคนทำงาน


แนวทางดูแลเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน

  • ปรับหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา
  • ลุกเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30–60 นาที
  • ยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ระหว่างวัน
  • หลีกเลี่ยงการเกร็งไหล่โดยไม่จำเป็น

ในบางกรณี การใช้ ตัวช่วยให้ความอุ่นบริเวณกล้ามเนื้อ อาจช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายของกล้ามเนื้อที่ตึงจากการทำงานได้ อย่างไรก็ตาม ควรใช้ควบคู่กับการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก

—

แหล่งอ้างอิง