ทำไมพนักงานออฟฟิศถึงปวดเมื่อยง่าย?

พนักงานออฟฟิศจำนวนมากต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงต่อวัน ซึ่งพฤติกรรมการทำงานลักษณะนี้ส่งผลโดยตรงต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (musculoskeletal system) ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลัง

เมื่อร่างกายอยู่ใน ท่าเดิมเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อบางส่วนต้องทำงานค้างอยู่ตลอดเวลา เช่น กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และหลัง ขณะที่กล้ามเนื้อบางส่วนกลับแทบไม่ได้เคลื่อนไหวเลย ภาวะเช่นนี้ทำให้เกิด ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ (muscle imbalance) ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการตึง ปวด และอ่อนล้า

สการทำงานในท่าทางเดิมเป็นเวลานาน การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และท่าทางที่ไม่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อ ความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกจากการทำงาน (work-related musculoskeletal disorders) ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มพนักงานที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

นอกจากนี้ การก้มศีรษะไปข้างหน้าเพื่อมองหน้าจอหรือโทรศัพท์ยังเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังส่วนคออย่างมีนัยสำคัญ เมื่อศีรษะก้มลงประมาณ 60 องศา แรงกดที่กระดูกสันหลังส่วนคออาจเพิ่มขึ้นเทียบเท่ากับน้ำหนักกว่า 27 กิโลกรัม ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของอาการปวดคอและบ่าในคนทำงานหน้าจอ

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติม เช่น

  • นั่งหลังค่อม คอยื่น ไหล่งุ้ม
  • จอคอมพิวเตอร์สูงหรือต่ำเกินไป ทำให้ต้องก้มหรือเงยคอเป็นเวลานาน
  • ใช้เมาส์หรือคีย์บอร์ดในตำแหน่งที่ทำให้ข้อมืองอ
  • ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนน้อย

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงสะสมมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการที่หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า “ออฟฟิศซินโดรม” ซึ่งเป็นกลุ่มอาการปวดเมื่อยจากพฤติกรรมการทำงาน หากปล่อยไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรมหรือดูแลร่างกาย อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปเป็นปัญหาเรื้อรังที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานได้


เช็กลิสต์ 6 อาการยอดฮิตของคนทำงาน (ออฟฟิศซินโดรม) และวิธีแก้ตรงจุด

  1. ปวดคอ บ่า ไหล่

สาเหตุ
เกิดจากการก้มคอมองจอเป็นเวลานาน หรือการยกไหล่เกร็งขณะใช้เมาส์และคีย์บอร์ด


วิธีแก้

  • ปรับจอให้อยู่ระดับสายตา
  • ยืดกล้ามเนื้อคอและไหล่ทุก 30–60 นาที
  • เปลี่ยนอิริยาบถระหว่างวัน
  1. ปวดหลังส่วนล่าง

สาเหตุ
การนั่งหลังค่อม หรือไม่มีพนักพิงรองรับหลังส่วนล่าง


วิธีแก้

  • นั่งหลังตรง ให้หลังส่วนล่างมีที่พยุง
  • ลุกเดินหรือยืดเส้นทุก 30–60 นาที
  1. ข้อมือชา หรือปวดข้อมือ

สาเหตุ
การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดในท่าที่ข้อมืองอ หรือวางข้อมือผิดตำแหน่ง


วิธีแก้

  • ปรับคีย์บอร์ดให้อยู่ระดับข้อศอก
  • วางข้อมือในท่าตรง ไม่งอขึ้นหรือลง
  1. ตึงสะบัก หรือปวดกลางหลัง

สาเหตุ
กล้ามเนื้อสะบักทำงานหนักจากการนั่งไหล่งุ้มเป็นเวลานาน


วิธีแก้

  • ฝึกยืดอกและดึงสะบักเข้าหากัน
  • ปรับเก้าอี้ให้รองรับแผ่นหลัง
  1. ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อคอ

สาเหตุ
กล้ามเนื้อคอและบ่าตึงสะสม ทำให้เกิด tension headache


วิธีแก้

  • ยืดคอและบ่า
  • ลดความเครียด และพักสายตาเป็นระยะ
  1. อ่อนล้า ปวดเมื่อยทั้งตัว

สาเหตุ
การนั่งนาน ทำให้การไหลเวียนเลือดลดลง


วิธีแก้

  • ลุกเดินบ้างระหว่างวัน
  • เพิ่มการเคลื่อนไหว เช่น ยืดเส้นหรือออกกำลังกายเบา ๆ


ทางเลือกช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อในชีวิตประจำวัน

สำหรับคนทำงานที่มีอาการปวดเมื่อยจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน นอกจากการปรับท่าทางและการยืดกล้ามเนื้อแล้ว การใช้ ความร้อน (heat therapy) เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มักใช้เพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ตึง

การประคบร้อนสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและลดความตึงของกล้ามเนื้อได้ในบางกรณี โดยเฉพาะอาการปวดจากกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนักหรืออยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน

ดังนั้น สำหรับพนักงานออฟฟิศที่มีอาการปวดเมื่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่ หรือหลัง การใช้ แผ่นแปะร้อนบรรเทาปวด อาจเป็นตัวช่วยที่สะดวกในการดูแลกล้ามเนื้อระหว่างวัน หรือหลังเลิกงาน เพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การป้องกันที่ดีที่สุดยังคงเป็นการ ปรับท่าทางการทำงาน เคลื่อนไหวร่างกายเป็นระยะ และพักผ่อนให้เพียงพอ

—

แหล่งอ้างอิง