เป็นเเผล ควรใช้พลาสเตอร์ไหม?

การดูแลแผลในเด็กเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ผู้ปกครองควรมี เพราะเด็กวัยนี้ชอบวิ่งเล่น ซุกซน เป็นธรรมชาติของการเรียนรู้ แต่ก็มีโอกาสเกิดแผลถลอกหรือขีดข่วนได้ง่าย หากดูแลไม่ถูกวิธี อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อ สำหรับคำถามยอดฮิต “เป็นแผล ควรใช้พลาสเตอร์ไหม?” เรามีคำตอบแบบละเอียดมาฝากค่ะ

พลาสเตอร์คืออะไร และใช้กับแผลประเภทใด

พลาสเตอร์ปิดแผล คืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยปกป้องบาดแผลขนาดเล็กไม่ให้สัมผัสกับสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคโดยตรง ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นเมื่อใช้ถูกวิธี

“แผลแบบนี้” ติดพลาสเตอร์ได้เลย!

พลาสเตอร์ไม่ได้มีไว้แค่กันเชื้อโรค แต่ยังช่วยสร้างสภาวะที่เหมาะสมให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น หากลูกมีแผลลักษณะต่อไปนี้ แนะนำให้หยิบพลาสเตอร์มาใช้ได้เลยครับ

  1. แผลถลอกตื้นๆ เช่น หกล้มเข่าครูดพื้น ข้อศอกถลอก
  2. แผลมีดบาดเล็กน้อย แผลขีดข่วนที่ปากแผลไม่กว้าง และเลือดหยุดไหลแล้ว
  3. แผลในจุดเสี่ยง แผลที่อยู่นอกร่มผ้า ซึ่งเสี่ยงต่อการโดนฝุ่น แมลง หรือเสียดสีกับเสื้อผ้า

พลาสเตอร์ช่วยเรื่องใดบ้าง

  • ป้องกันฝุ่น เชื้อโรค และสิ่งสกปรกต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อ
  • ช่วยให้แผลหายไวขึ้นในภาวะแวดล้อมที่ชื้นเล็กน้อย (moist wound healing)
  • ลดการเกาหรือแกะแผลโดยไม่ตั้งใจ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ประโยชน์และข้อควรระวังในการใช้พลาสเตอร์กับเด็ก

ประโยชน์

  • ควบคุมสิ่งแวดล้อมรอบแผล ลดโอกาสติดเชื้อ
  • ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เด็กที่ตกใจหรือกลัวเลือดเห็นแผล
  • ใช้งานง่าย พกสะดวกเมื่อไปนอกบ้าน

ข้อควรระวัง

แม้พลาสเตอร์จะเป็นตัวช่วยที่ดี แต่ก็มีข้อยกเว้นครับ หากเจอสถานการณ์แบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาให้ดี หรือปรึกษาแพทย์ก่อน

  1. แผลลึกหรือเลือดไหลไม่หยุด: หากแผลกว้าง ลึก หรือห้ามเลือดไม่ได้ภายใน 5-10 นาที ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อเย็บแผล แทนการแปะพลาสเตอร์เองครับ

  2. แผลติดเชื้อ สังเกตว่าแผลบวมแดงร้อน มีหนอง หรือลูกมีไข้ การปิดพลาสเตอร์ทับอาจทำให้เชื้อลุกลาม ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับยาฆ่าเชื้อ

  3. ลูกแพ้กาว หากเคยติดแล้วผิวรอบๆ แดงเห่อ เป็นผื่นคัน (Contact Dermatitis) ควรหลีกเลี่ยงพลาสเตอร์แบบเดิม และเปลี่ยนไปใช้ผ้าก๊อซพันแผล หรือพลาสเตอร์สำหรับผิวแพ้ง่ายแทน

วิธีใช้พลาสเตอร์สำหรับเด็กอย่างถูกวิธี

4 สเต็ป วิธีทำแผล ให้ลูกน้อยฉบับถูกต้อง ปลอดภัย หายไว

เมื่อประเมินแผลแล้วว่าจัดการเองได้ ให้เริ่มขั้นตอนการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ดังนี้ครับ

  1. 1. ล้างมือให้สะอาดก่อนเสมอ 

ก่อนจะแตะตัวลูกหรือแผล ผู้ปกครองต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ เพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคจากมือเราไปสู่แผลลูก

  1. 2. ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ

ใช้น้ำเกลือปราศจากเชื้อ (Normal Saline) ล้างเศษฝุ่น ดิน หรือทรายออกจากแผลให้เกลี้ยง หากไม่มีน้ำเกลือ สามารถใช้น้ำสะอาดไหลผ่านได้ครับ (หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ราดแผลสด เพราะจะทำให้ลูกแสบและแผลหายช้า)

  1. 3. ซับให้แห้ง แล้วทายา (ถ้าจำเป็น) 

ใช้ผ้าก็อซสะอาดซับรอบแผลให้แห้งสนิท หากแผลเสี่ยงติดเชื้ออาจแต้มยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดน-ไอโอดีน บางๆ

  1. 4. ปิดจบด้วยพลาสเตอร์คุณภาพดี 

เลือกพลาสเตอร์ขนาดพอดีแผล ปิดลงไปโดยไม่ดึงรั้งจนแน่นเกินไป เพื่อให้เลือดยังไหลเวียนได้ดี

เคล็ดลับเลือกพลาสเตอร์ เพื่อผิวลูกที่บอบบาง

ผิวเด็กไม่เหมือนผู้ใหญ่ การเลือกอุปกรณ์จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

– เลือกแบบ Hypoallergenic ระบุว่าอ่อนโยนต่อผิว ลดโอกาสแพ้กาว

– เลือกแบบกันน้ำ (Waterproof) หากลูกต้องอาบน้ำหรือเล่นเหงื่อเยอะ เพื่อป้องกันแผลเปื่อยยุ่ย

– ลายน่ารักช่วยได้ พลาสเตอร์ลายการ์ตูนจะช่วยปลอบขวัญ และเปลี่ยนความกลัวของลูกให้กลายเป็นเรื่องสนุกขึ้นได้ครับ

ตัวอย่างเหตุการณ์และคำแนะนำในการดูแลแผล

ลูกล้มขณะวิ่ง ถลอกที่เข่า

– การดูแล ล้างแผล → ทายาฆ่าเชื้อ → แปะพลาสเตอร์เพื่อกันฝุ่นและการเกา

ลูกแพ้กาวพลาสเตอร์

– การดูแล ทดลองแปะบริเวณแขนก่อน แล้วสังเกตภายใน 24 ชม. หากไม่มีผื่นจึงนำมาใช้ที่แผลจริง

สงสัยแผลติดเชื้อ (บวม แดง มีหนอง)

– อย่าใช้พลาสเตอร์ซ้ำ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นแผลติดเชื้อที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดรับประทานหรือยาทาเฉพาะทาง



สรุปสั้น ๆ สำหรับผู้ปกครอง

คำตอบของคำถามที่ว่า “เป็นแผล ควรติดพลาสเตอร์ไหม?” คือ “ควรติด” สำหรับแผลถลอกและแผลสดทั่วไปครับ เพราะช่วยกันเชื้อโรคและทำให้แผลหายไวกว่า แต่หัวใจสำคัญคือ ความสะอาด ต้องหมั่นเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุกวัน หรือเปลี่ยนทันทีที่เปียกชื้น/สกปรก



แหล่งอ้างอิง

Winter, G. D. (1962). “Formation of the scab and the rate of epithelization of superficial wounds in the skin of the young domestic pig.” https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/14007593/ Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.